Username
Password
  
register check manual
ภาณิศา หาญพัฒนนันท์
E-mail : panisa@sti.or.th
โทรศัพท์ : 0 2160 5432
โทรสาร : 0 2160 5438
 


“ยางพารา” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย จากการสำรวจล่าสุดมีพื้นที่ปลูกทั่วประเทศราว 22 ล้านไร่ มากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศอินโดนีเซีย แต่มูลค่าการส่งออกยางไทยกลับมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล

อย่างไรก็ตามในช่วงสอง...สามปี ที่ผ่านมา “ราคายางพารา” ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 กิโลกรัมละ 160 บาท ปัจจุบันเหลือเพียง 50 บาท

แม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือ แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้นและช่วยได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะแนวโน้มราคายางในอนาคตยังไม่มีทีท่าว่าจะสดใสดังเดิม

สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องยางพาราของประเทศ พยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เกษตรกรชาวสวนยางอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น...การลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนให้เกษตรกรใช้ยางพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูง...พันธุ์ RRIT 251 และ พันธุ์ RRIT 408 ส่งเสริมให้เกษตรกรผสมปุ๋ยใช้เองตามค่าวิเคราะห์ดินในแต่ละพื้นที่ ควบคู่ไปกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ตลอดจนแนะนำให้เกษตรกรดูแลสวนยางอย่างถูกต้อง

ประสิทธิ์ หมีดเส็น รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ สกย. บอกว่า สกย.ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่มาประยุกต์ใช้ในการทำสวนยางพารา เรียกว่า “สวนยางผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง”

โดยได้แก้กฎระเบียบในการให้เงินสงเคราะห์การทำสวนยาง ในกรณีที่เกษตรกรโค่นสวนยางเก่าเพื่อปลูกใหม่ อนุญาตให้ลดจำนวนต้นยางที่ปลูกจากไร่ละ 76 ต้น เหลือไร่ละ 40 ต้นได้ ในขณะที่ยังได้รับเงินสงเคราะห์อัตราเดิมคือ ไร่ละ 16,000 บาท

“การปลูกยางพาราเหลือไร่ละ 40 ต้นนั้น ระยะห่างระหว่างต้นยางจะมากขึ้น ทำให้มีพื้นที่เพียงพอที่จะปลูกยางควบคู่ไปกับการปลูกพืชชนิดอื่นๆที่เหมาะ สมกับพื้นที่ อาจจะเป็นไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ ไม้ดอกไม้ประดับ ผักสวนครัว... หรือปลูกยางควบคู่กับการทำปศุสัตว์ เลี้ยงไก่ วัว แพะ แกะ ที่ไม่มีผลกระทบต่อการทำสวนยาง ในบางพื้นที่อาจจะขุดบ่อเลี้ยงปลาก็ได้ สกย.พร้อมที่จะให้การสนับสนุน”

ในวโรกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 สกย.ร่วมกับหน่วยงานต่างๆของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดโครงการเทิดพระเกียรติ “ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน” โดยจะจัดแสดงการทำสวนยางพาราแบบใหม่ต้นแบบที่ว่านี้

ประสิทธิ์ บอกว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 นอกจากเป็นวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นวันครบรอบ 54 ปีของการก่อตั้ง สกย. ซึ่ง 54 ปีที่ผ่านมา สกย.ได้นำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้ทั้งทางตรงและทางอ้อมในหลากหลายโครงการ โดยเฉพาะในช่วงนี้ราคายางตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายสิบปี

“แม้ขณะนี้ราคายางจะตกต่ำ...การทำสวนยางแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ไม่เพียงทำให้เกษตรกรชาวสวนยางอยู่รอดได้เท่านั้น แต่จะสร้างความมั่นคงในอาชีพสวนยางอย่างยั่งยืนอีกด้วย” ลงลึกในรายละเอียด “สวนยางผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง”...ถึงจะมีแบบแผนชัดเจนเป็น ต้นแบบแต่ก็ต้องประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เป็นการทำสวนยางบนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท คำนึงถึง “ความพอประมาณ”...“ความมีเหตุผล”...“การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว”...ตลอด จนใช้ความรู้ความรอบคอบ คุณธรรม ประกอบการวางแผน และการตัดสินใจ

ดังนั้น การทำสวนยางของเกษตรกรจะต้องไม่ปลูกเชิงเดี่ยว คือ “ยาง” เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะแตกต่างจากการเกษตรแบบทุนนิยมที่จะให้ปลูกพืชชนิดใดชนิดหนึ่งเพียง อย่างเดียวเท่านั้น
ที่ต้องเน้นย้ำ...การทำการเกษตรแบบทุนนิยม เหมาะสำหรับการทำการเกษตรในแปลงใหญ่ มีพื้นที่จำนวนมาก แต่เกษตรกรชาวสวนยางของไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยมีพื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่ ไม่ค่อยร่วมกลุ่มกัน และความเข้มแข็งสถาบันไม่เพียงพอ จึงไม่เหมาะที่จะทำ “การเกษตรแบบทุนนิยม”...เพราะจะมีความเสี่ยงสูง “สวนยางแบบผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง” จะลด ความเสี่ยงลง รายจ่ายน้อยลง...แม้จะมีรายได้ไม่มากแต่ก็จะมีรายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งจริงๆแล้ว สกย.ไม่ได้ห้ามเกษตรกรทำอาชีพเสริมอื่นๆในสวนยาง แต่อดีตราคายางดี เกษตรกรเลยไม่สนใจ...

ต่อไปนี้สวนยางจะต้องสร้างรายได้ตลอดทั้งปี ในช่วงที่ยางอายุไม่ถึง 7 ปี ยังไม่เปิดกรีด เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่ไปทำอาชีพเสริม เช่น เพาะเห็ด ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว...เมื่อยางเปิดกรีดได้ก็ยังทำต่อไปได้ จะทำให้มีรายได้ทั้งปี แม้แต่ในช่วงฤดูฝนหยุดการกรีดยาง ก็ยังมีรายได้เลี้ยงครอบครัว” การใช้ที่ดินให้เต็มศักยภาพ ประสิทธิ์ ย้ำว่า จะทำให้รู้สึกว่ามีที่ดินเพิ่มขึ้นและเห็นคุณค่าของที่ดิน เช่น มีที่ดินทำสวนยาง 10 ไร่ แต่ภายใน 10 ไร่...ก็มีสวนมะพร้าว 10 ไร่ มีสวนมังคุด 10 ไร่ มีแปลงพืชผัก 10 ไร่ และยังมีพื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์อีก 10 ไร่

เกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจจะทำสวนยางแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอ เพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ภายในนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริเวณท้องสนามหลวง และบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2557

ภายในงานนอกจากจะแสดงสวนยางแบบผสมผสานแล้ว ยังจัดแสดงกระบวนการนำน้ำเสียที่เกิดจากอุตสาหกรรมเกษตรยางพาราเปลี่ยนเป็น พลังงานก๊าซ นำไปใช้ประโยชน์ในการอบยางแผ่นและหุงต้มอาหาร รวมทั้งกิจกรรมทำถุงมือยางง่ายๆด้วยตนเอง หากไม่สะดวกสามารถสอบถามข้อมูลได้จากเจ้าหน้าที่ สกย.ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

“หากเกษตรกรชาวสวนยางนำแนวพระราชดำริในเรื่องต่างๆ ไม่ว่า...เกษตรทฤษฎีใหม่ การเกษตรแบบพอเพียง การอนุรักษ์ดิน...น้ำ หรือในเรื่องอื่นๆ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศจะเป็นอย่างไร ราคายางพาราจะตกต่ำแค่ไหน เกษตรกรสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงด้วยตนเองอย่างแน่นอน”

ประสิทธิ์ หมีดเส็น รักษาการผู้อำนวยการ สกย. กล่าวทิ้งท้าย.

แหล่งข่าว: ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ธ.ค. 2557